Knowledge

KNOWLEDGE

ความรู้เกี่ยวกับผ้าขนหนู

“ผ้าขนหนูคืออะไร” ผ้าขนหนูเป็นสิ่งทอ ที่มีหน้าที่หลักคือ ทำบริเวณที่เปียกให้แห้งลง

ประโยชน์ของผ้าขนหนู

ซึ่งจัดเป็นของใช้ประจำตัว ที่ต้องมีกันอยู่แทบทุกคน และทุกบ้าน ประโยชน์ของผ้าขนหนูมีมาก ขึ้นอยู่กับประเภทและการนำไปใช้งาน เช่น

  • ผ้าขนหนูที่ใช้ในห้องน้ำ (ใช้เช็ดตัว เช็ดหน้า เช็ดผม)
  • ผ้าขนหนูสำหรับเช็ดเท้า (พรม)
  • ผ้าขนหนูสำหรับใช้ในครัว (ไว้จับของร้อน ไว้เช็ดมือ)
  • ผ้าขนหนูสำหรับเด็ก (ผ้าเช็ดน้ำลาย)
  • ผ้าขนหนูที่ใช้สำหรับห่มนอน ฯลฯ

คุณสมบัติของผ้าขนหนู

  1. ให้ผิวสัมผัสที่ดี
  2. ซับน้ำได้ดี
  3. ขนหลุดล่วงน้อย
  4. คงทนต่อการใช้งาน
    • คงทนต่อสี (Color Fastness)
    • คงทนต่อการซัก (Washing Fastness)
    • คงทนต่อแสง (Light Fastness)
    • คงทนต่อเหงื่อ (Perspiration Fastness)
    • ทนต่อการหลุดลุ่ยของขน (Pile Retention)
  5. หลังการซัก ต้องไม่กระด้าง

“เส้นด้าย” เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตผ้าขนหนู ประเภทของเส้นใยที่นำมาผลิตเป็นเส้นด้าย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. เส้นใยธรรมชาติ (Natural Fiber)
    • Cotton
    • Linen เป็นต้น
  2. เส้นใยประดิษฐ์ (Man-Made Fiber)
    • เส้นใยกึ่งสังเคราะห์ (Se-mi synthetic Fiber) ได้แก่ Rayon, Bamboo Rayon, Bamboo Charcoal ฯลฯ
    • เส้นใยสังเคราะห์ (Synthetic Fiber) ได้แก่ Polyester, Spandex เป็นต้น

ประเภทของผ้าขนหนู ที่ราชาทอขายอยูในตลาด แบ่งโดยทั่วไป 9 ประเภทคือ

1.Pile Towel

ผ้าขนหนูที่เกิดจากการปั่นเส้นด้ายให้เป็นเกลียว แล้วนำไปทอให้เกิดขน สามารถดูดซับน้ำและระบายความชื้นได้เป็นอย่างดี

เหมาะสำหรับ : ใช้งานทั่วไป

2.Nonply Towel

เป็นเนื้อผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายคลายเกลียว จนเหลือเป็นเกลียวน้อยที่สุด ทำให้ผ้ามีลักษณะนุ่มนวล พองฟู มีน้ำหนักเบา ซับน้ำได้ดี และแห้งไวเป็นพิเศษ

เหมาะสำหรับ : เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปถึงผู้ใหญ่ และผู้ที่ต้องการสัมผัสความนุ่ม

3.Extra Soft Pile Towel

ให้ผิวสัมผัสเหมือนขนม Marshmallow ที่ทั้งหนาและฟูนุ่ม ผลิตจากเส้นด้ายใยยาว  ที่มีคุณภาพสูงสามารถดูดซับน้ำ และระบายความชื้นได้อย่างดีเยี่ยม

เหมาะสำหรับ : เด็ก, ผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องการความนุ่มละมุน

4.Gauze Pile Towel

ให้สัมผัส 2 คุณลักษณะในหนึ่งเดียว คือ ด้าน Gauze ช่วยระบายและถ่ายเทความชื้น ส่วนด้าน Pile ให้ผิวสัมผัสอ่อนนุ่มและซับน้ำได้ดี

เหมาะสำหรับ : เด็กแรกเกิด

5.Gauze Towel

มีลักษณะการทอเป็นชั้นๆ เหมือนผ้าก๊อซ ซึ่งจะทำให้เนื้อผ้าโปร่ง บางเบา และนุ่ม ระบายความชื้นได้อย่างดี ดังนั้นจึงแห้งง่ายหลังจากซัก

เหมาะสำหรับ : เด็ก, ผู้สูงวัย, และผู้แพ้ฝุ่น บางเบา แห้งเร็ว สะดวกต่อการพกพา

6.Multilayer Extra Soft Gauze Towel

ผลิตจากเส้นด้ายใยยาว ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ (ไม่มีขนทั้ง 2 ด้าน) ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวล (ดีกว่าผ้าที่ทอด้วย Cotton ธรรมดา) เนื้อผ้าละเอียดอ่อน บางเบา ระบายความชื้นได้ดีเยี่ยม

เหมาะสำหรับ : เด็ก และผู้สูงวัย

7.Air Waffle Towel

ทอด้วยเส้นด้าย Hollow Spun Yarn ที่มีโพรงอากาศอยู่ภายใน ช่วยให้ผ้ามีน้ำหนักเบา โปร่งและนุ่มมากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังแห้งเร็วอีกด้วย

เหมาะสำหรับ : บุคคลทั่วไป ที่ต้องการผ้าเช็ดตัวที่นุ่มละมุน

8.Dimension Towel

เป็นเทคนิคการทอแบบพิเศษที่ให้ผิวสัมผัสแบบ 2 Feeling คือเส้นด้าย Non Ply กับ ตัดขน ทำให้เกิดมิติบนผ้า มีคุณสมบัติฟูนุ่ม เส้นใยซึมซับน้ำได้ดี

เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการผ้ามีลวดลาย และสีสัน พร้อมกับความนุ่ม

9.Stretch Towel

ทำจากวัตถุดิบที่ยืดได้เหมือนยางยืด โดยใช้เส้นด้าย Cover up ระหว่าง Cotton กับ Spandex เนื่องจากจะทำให้เกิดแรงยืดได้มากกว่าและทำให้เวลายืดสามารถมัดได้สะดวก

เหมาะสำหรับ : ใช้คลุมผมหลังสระเสร็จ

การดูแลรักษา

เคล็ดลับในการดูแลรักษาผ้าขนหนู

  1. เมื่อรู้สึกว่าผ้าเริ่มไม่สะอาด ควรรีบซักทันที
    หากเป็นไปได้ควรซักผ้าขนหนูที่ใช้แล้วทันที เมื่อเริ่มรู้สึกว่าผ้าไม่สะอาด หรือซักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ผ้าเกิดความสกปรกฝังแน่น และเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียจึงไม่ควรทิ้งไว้นาน และควรแยกซักจากเสื้อผ้าอื่นๆด้วย
  2. แยกซักผ้าสีเข้ม
    ผ้าสีเข้มควรแยกซักจากผ้าสีอ่อน เพราะอาจมีสีส่วนเกินใน 2-3 น้ำแรกของการซักผ้า
  3. ซักโดยใช้น้ำเยอะ และซักน้ำเปล่าหลายรอบ
    ถ้าจำนวนผ้ากับปริมาณน้ำไม่เหมาะสม อาจเกิดการเสียดสี และทำให้ผ้าเสียหายได้ จึงควรใช้ปริมาณน้ำที่มากพอ เพื่อผ้าจะได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ
  4. การใช้เครื่องซักผ้า
    เนื่องจากเครื่องซักผ้า ทำความสะอาดโดยการเขย่าผ้าเพื่อประโยชน์ของคุณ ควรใช้ถุงสำหรับซักผ้า เพื่อช่วยถนอมเนื้อผ้าและป้องกันไม่ให้ขนของผ้า เกิดความเสียหาย
  5. ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ในปริมาณที่น้อย (หรือไม่ควรใส่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม)
    ถ้าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป จะทำให่ขนหลุดร่วงในขณะซัก และควรใช้เมื่อรู้สึกว่าผ้าแข็งเท่านั้น แต่ไม่ควรใช้ทุกครั้งที่ซัก น้ำยาปรับผ้านุ่มทำให้ผ้าขนหนูที่แข็ง จากการใช้งานมานานลื่นขึ้น มันเพียงแค่ทำให้พื้นผิวของเส้นใยเรียบเนียนขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เส้นใยนุ่มขึ้น และมันอาจจะทำให้ความสามารถในการดูดซับลดลงด้วย
  6. อุณหภูมิที่เหมาะสมในการซักผ้าขนหนู (ห้ามใช้น้ำร้อนในการซักผ้า)
    เนื่องจากอาจเกิดการหดตัวของหัวลายที่มีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์, เรยอน, ยางยืด หรืองานปัก แนะนำให้ซักในอุณหภูมิปกติ หรืออุณหภูมิ 40 องศาเท่านั้น ดังนั้นจึงควรอ่านป้ายคำแนะนำการดูแลรักษาก่อนซักเสมอ
  7. ผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใยยางยืด
    สำหรับผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใยยางยืดนั้น ควรซักในอุณหภูมิปกติ ไม่ควรซักด้วยน้ำร้อน
  8. อย่าบิดมากเกินไป
    ถ้าผ้าขนหนูถูกปั่นแห้งมากเกินไป ขนของผ้าก็จะแบนราบลง และไม่นุ่มเหมือนเดิม ถ้าปล่อยผ้าขนหนูทิ้งไว้หลังจากการปั่นแห้ง ผ้าก็จะแข็ง และไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อปั่นแห้งเสร็จก็ควรเอาออกจากเครื่องซักผ้า
  9. สะบัดผ้าให้ดี ก่อนจะตากให้แห้ง
    หลังจากปั่นแห้ง ให้สะบัดผ้าขนหนูก่อนจะตาก ซึ่งจะสะบัดแบบกางผ้าออกทั้งผืน หรือพับครึ่งแล้วสะบัดก็ได้ ให้สะบัดประมาณ 10-20 ครั้ง ขนของผ้าขนหนูจะตั้งขึ้น และฟูนุ่ม และควรตากในที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
  10. ควรตากในที่ร่ม หรือใช้เครื่องอบแห้งจะได้ผลดีกว่า
    ควรหลีกเลี่ยงที่จะตากผ้าให้โดนแสงแดดโดยตรง เนื่องจากแสงยูวีอาจทำให้ผ้าแข็งขึ้นและสีก็จะซีดจางลงด้วย การอบผ้าให้แห้งในเครื่องอบผ้าจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ผ้าฟูนุ่มมากขึ้น
  11. ไม่ควรรีดผ้าขนหนู
    เนื่องจากจะทำให้ขนของผ้าแบบไม่ฟู และเส้นใยแต่ละชนิดก็ต้องการอุณหภูมิที่พอเหมาะไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงควรอ่านป้ายแนะนำการดูแลรักษาก่อนเสมอ
  12. รักษาความนุ่มฟู ด้วยวิธีการเก็บที่ถูกต้อง
    ผ้าขนหนูที่นุ่มฟูเพราะมันกักเก็บอากาศไว้ระหว่างเส้นใย ถ้าคุณพับแล้ววางซ้อนกันหลายๆชั้น ขนของผ้าขนหนูก็จะแบนราบ และสูญเสียความหนาฟูไป ดังนั้นคุณควรม้วนหรือพับ เพื่อหลีกเลี่ยงการวางซ้อนกันเยอะๆ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดมาก และต้องเก็บในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีอีกด้วย เนื่องจากผ้าขนหนูดูดความชื้นได้ดี